สีทาอาคารกับเกณฑ์คะแนน LEED และ TREES ที่ต้องรู้

ในแวดวงสถาปัตยกรรม วิศวกรรมควบคุม และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสการออกแบบไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของประโยชน์ใช้สอยภายนอกหรือความคุ้มค่าด้านงบประมาณการก่อสร้างเพียงอย่างเดียว ทว่าทั่วโลกกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ยุค สถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน” (Sustainable Architecture) อย่างเต็มรูปแบบ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นได้จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของมาตรฐานการประเมินอาคารเขียว (Green Building Certification) ซึ่งกลายเป็นข้อกำหนดสำคัญสำหรับอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ (Commercial Building) โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) สำนักงานเกรดเอ ไปจนถึงบ้านพักอาศัยระดับลักชัวรีที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิต

สำหรับสถาปนิกและผู้บริหารโครงการ ระบบประเมินอาคารเขียวที่เป็นที่ยอมรับและนิยมนำมาอ้างอิงมากที่สุดในประเทศไทยมีอยู่ 2 ระบบหลัก คือ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลจากสภาอาคารเขียวสหรัฐอเมริกา (USGBC) และ TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของประเทศไทยโดยสมาคมอาคารเขียวไทย (TGBI) การที่โครงการจะสามารถพิชิตเหรียญรางวัลในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น (Certified), Silver, Gold ไปจนถึงระดับสูงสุดอย่าง Platinum จำเป็นต้องมีการวางแผนสเปกวัสดุก่อสร้างอย่างละเอียดในทุกหมวดหมู่

หนึ่งในวัสดุตกแต่งผิวสถาปัตยกรรมที่มีพื้นที่สัมผัสรวมมากที่สุดในอาคารอย่าง “สีทาบ้านและสีทาอาคาร” จึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สถาปนิกสามารถใช้เป็นกลยุทธ์ในการดึงคะแนนหมวดสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะได้อย่างมหาศาล บทความนี้จะเจาะลึกว่าการเลือกใช้นวัตกรรม สีซิลิเกตแท้ ซึ่งเป็นสีทาบ้านผลิตจากแร่หินธรรมชาติ และมีคุณสมบัติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะช่วยซัพพอร์ตการทำคะแนนและดันให้อาคารของคุณผ่านเกณฑ์มาตรฐาน LEED และ TREES ได้อย่างไรบ้าง

  1. เจาะลึกโครงสร้างคะแนน: ระบบสีเกี่ยวข้องกับเกณฑ์อาคารเขียวอย่างไร?

แม้ว่าเกณฑ์การประเมินของ LEED และ TREES จะมีสัดส่วนคะแนนรวมและข้อกำหนดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน (LEED v4.1 มีคะแนนเต็ม 110 คะแนน ส่วน TREES มีคะแนนเต็ม 85 คะแนน) แต่ทั้งสองระบบมีเป้าหมายร่วมกันในการลดการใช้พลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโลก และยกระดับสุขภาวะของมนุษย์ (Human Health)

หากพิจารณาในแง่วิทยาศาสตร์วัสดุ ระบบสีทาอาคารจะไม่ได้เข้าไปมีบทบาทในหมวดพลังงานโดยตรงเหมือนระบบปรับอากาศ แต่จะเข้าไปมีส่วนสำคัญใน หมวดวัสดุ” และ หมวดคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร” ซึ่งถือเป็นหมวดปราบเซียนที่สถาปนิกมักจะทำคะแนนตกหล่นเนื่องจากขาดเอกสารรับรองที่ถูกต้อง

  1. การทำคะแนนภายใต้เกณฑ์สากล: LEED (v4 / v4.1)

ระบบประเมิน LEED ในเวอร์ชันปัจจุบัน (v4 และ v4.1) ได้ปรับเปลี่ยนข้อกำหนดเรื่องวัสดุให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยไม่ได้มองแค่ว่าวัสดุนั้นใช้วัสดุรีไซเคิลเท่าไหร่ แต่พิจารณาไปถึง “ความโปร่งใสของส่วนผสม” และ “ผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้งานในระยะยาว” ซึ่งสีซิลิเกตแท้สามารถช่วยทำคะแนนได้ในเกณฑ์ดังต่อไปนี้:

2.1 หมวด Indoor Environmental Quality (EQ) – เกณฑ์ Low-Emitting Materials

เป้าหมายของเกณฑ์นี้คือการลดสารมลพิษทางเคมีที่ระเหยออกมาจากวัสดุก่อสร้างภายในอาคาร เพื่อปกป้องระบบทางเดินหายใจของช่างผู้ทำงานและผู้ใช้อาคารหลังจากเปิดใช้งาน สารเคมีตัวหลักที่ถูกควบคุมคือ สาร VOCs (Volatile Organic Compounds) * ข้อกำหนดของ LEED: สำหรับสีทาผนังและฝ้าเพดานภายในอาคาร (Wall & Ceiling Coatings) จะต้องมีปริมาณสาร VOCs ไม่เกิน 50 กรัมต่อลิตร (g/L) ตามมาตรฐาน South Coast Air Quality Management District (SCAQMD) Rule 1113 และต้องผ่านการทดสอบการปล่อยสาร (Emissions Testing) ตามมาตรฐาน CDPH Standard Method v1.2

  • บทบาทของสีซิลิเกตแท้: สีอะคริลิกทั่วไปแม้จะเป็นสูตร Low-VOCs แต่เนื่องจากยังมีส่วนผสมของสารเคมีและพลาสติกสังเคราะห์ จึงยังคงมีการปล่อยสารเคมีตกค้างอยู่บ้าง แต่สำหรับสีซิลิเกตแท้ที่เป็นสีทาบ้านผลิตจากแร่หินธรรมชาติ 100% มีน้ำเป็นตัวทำละลาย จึงมีค่า VOCs เป็นศูนย์ (Zero VOCs) ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของสารอินทรีย์ระเหยง่าย ผลิตภัณฑ์นี้จึงผ่านเกณฑ์การทดสอบการปล่อยสารเคมีได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้โครงการคว้าคะแนนเต็มในเกณฑ์วัสดุปล่อยสารพิษต่ำได้อย่างมั่นใจ

2.2 หมวด Materials and Resources (MR) – เกณฑ์ Building Product Disclosure and Optimization (Material Ingredients)

เกณฑ์นี้มุ่งเน้นการเลือกใช้วัสดุที่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนผสมทางเคมีอย่างโปร่งใส เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีสารอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตปะปนอยู่

  • ข้อกำหนดของ LEED: โครงการต้องใช้วัสดุอย่างน้อย 20 ผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่แตกต่างกันที่มีการทำเอกสารเปิดเผยข้อมูลส่วนประกอบ เช่น HPD (Health Product Declaration), รายงานซีสเต็ม Cradle to Cradle (C2C) หรือเอกสารอนุมัติจาก Declare label
  • บทบาทของสีซิลิเกตแท้: แบรนด์สีซิลิเกตแท้ระดับพรีเมียมที่สากลยอมรับ มักจะมีการจัดทำเอกสาร HPD และผ่านการรับรอง Cradle to Cradle ในระดับ Silver หรือ Gold เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว เนื่องจากส่วนผสมหลักมาจากแร่ธาตุธรรมชาติ เช่น โพแทสเซียมซิลิเกต หินควอตซ์ และผงสีอนินทรีย์ สถาปนิกจึงสามารถนำเอกสารรับรองเหล่านี้ยื่นประกอบในระบบเพื่อรับคะแนนหมวดความโปร่งใสของวัสดุได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาขอข้อมูลเชิงลึกจากโรงงานผู้ผลิต

2.3 หมวด Materials and Resources (MR) – เกณฑ์ Building Life-cycle Impact Reduction

เกณฑ์นี้พิจารณาถึงความทนทานและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของอาคาร (Life-cycle Assessment – LCA)

  • บทบาทของสีซิลิเกตแท้: ในขณะที่สีเคมีทั่วไปมีอายุการใช้งานเฉลี่ยเพียง 5-10 ปี และเสื่อมสภาพลอกล่อนเป็นขยะพลาสติก ทำให้ต้องมีการซ่อมบำรุงและทาสีใหม่บ่อยครั้ง แต่สีซิลิเกตแท้ยึดเกาะด้วยปฏิกิริยากลายเป็นหิน (Silification) ไม่ลอกล่อน มีอายุการใช้งานยาวนาน 20-50+ ปี การใช้สีที่ทนทานยาวนานจะช่วยลดดัชนีการใช้ทรัพยากรใหม่ของอาคารในระยะยาว ส่งผลดีต่อการประเมินค่าความยั่งยืนของโครงสร้างอาคารโดยรวม
  1. การทำคะแนนภายใต้เกณฑ์ประเทศไทย: TREES (โดย TGBI)

สำหรับมาตรฐานเกณฑ์อาคารเขียวของไทย หรือ TREES นั้น ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อปรับให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศและบริบททางกฎหมายของประเทศไทย ซึ่งสีซิลิเกตแท้ก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยดึงคะแนนในระบบนี้เช่นกัน:

3.1 หมวด คุณภาพของสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร (Indoor Environmental Quality – IE)

  • เกณฑ์ TREES IE ข้อ 6 (การควบคุมสารมลพิษจากวัสดุภายในอาคาร): เกณฑ์นี้กำหนดให้วัสดุตกแต่งผิวภายใน รวมถึงสีทาอาคาร ต้องมีปริมาณสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) และสาร VOCs ต่ำตามมาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากล เพื่อลดความเสี่ยงของสภาวะตึกเป็นพิษ (Sick Building Syndrome)
  • การตอบโจทย์ของสีซิลิเกตแท้: ด้วยธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ที่เป็นแร่ธาตุอนินทรีย์ธรรมชาติ จึงไม่มีส่วนผสมของสารฟอร์มาลดีไฮด์ สารกันบูดเคมี หรือสารทำละลายปิโตรเคมี สีซิลิเกตแท้จึงผ่านเกณฑ์การควบคุมมลพิษของ TREES ได้ในระดับดีเยี่ยม ไร้กลิ่นฉุนขณะทา ช่วยให้สามารถเปิดใช้งานอาคารได้เร็วขึ้นหลังจากปรับปรุงเสร็จ

3.2 หมวด วัสดุและทรัพยากรในการก่อสร้าง (Materials and Resources – RM)

  • เกณฑ์ TREES RM ข้อ 3 (การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม): มุ่งเน้นการส่งเสริมให้โครงการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ผ่านการรับรองฉลากเขียว (Green Label) หรือเป็นวัสดุที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต
  • การตอบโจทย์ของสีซิลิเกตแท้: กระบวนการผลิตสีแร่ธาตุซิลิเกตมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนและปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ต่ำกว่ากระบวนการกลั่นสารเคมีในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของสีอะคริลิกอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเนื้อสีหมดอายุการใช้งานตามกาลเวลา เศษฝุ่นแร่ธาตุที่หลุดร่วงจะไม่กลายเป็นมลพิษไมโครพลาสติกตกค้างในดินและระบบน้ำรอบอาคาร จัดเป็นวัสดุรักษ์โลกที่ตอบรับกับเกณฑ์วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
  1. สรุปแมทริกซ์คะแนนการเลือกใช้สีซิลิเกตแท้ (LEED & TREES Matrix)

เพื่อให้ฝ่ายเขียนแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารเขียว (LEED AP / TREES AP) สามารถนำไปใช้อ้างอิงในรายงานได้อย่างรวดเร็ว สามารถสรุปออกมาเป็นตารางวิเคราะห์ความสอดคล้องของวัสดุดังนี้:

ระบบเกณฑ์

หมวดหมู่/ข้อคะแนน

ข้อกำหนดทางเทคนิค

คุณสมบัติของสีซิลิเกตแท้ที่รองรับ

LEED v4.1

EQ: Low-Emitting Materials

สาร VOCs < 50 g/L และผ่านการทดสอบการปล่อยสารตาม CDPH

Zero VOCs ตลอดจนปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ระเหยง่าย ผ่านเกณฑ์ CDPH

LEED v4.1

MR: Material Ingredients

มีเอกสารเปิดเผยส่วนผสมเคมี เช่น HPD หรือ Cradle to Cradle

มีเอกสาร HPD และใบรับรองสากลรองรับจากโรงงานผู้ผลิต

LEED v4.1

MR: Life-cycle Impact

ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานตลอดวงจรชีวิตอาคาร

อายุการใช้งาน 20-50+ ปี ลดรอบการทาสีใหม่ได้ถึง 4 เท่า

TREES

IE: ข้อ 6 (ควบคุมสารมลพิษ)

ปริมาณสาร VOCs และฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำตามเกณฑ์สมาคม

ปราศจากฟอร์มาลดีไฮด์และสารก่อมะเร็ง ไร้กลิ่นฉุน ปลอดภัยสูง

TREES

RM: ข้อ 3 (วัสดุรักษ์โลก)

ใช้วัสดุที่มีฉลากสิ่งแวดล้อม หรือวัสดุจากธรรมชาติ

ผลิตจากแร่หินธรรมชาติ 100% ไม่มีสารเคมีปิโตรเคมีทำลายโลก

  1. ผลประโยชน์ทางธุรกิจและภาพลักษณ์ที่เหนือกว่าตัวเลขคะแนน

การที่สถาปนิกและผู้พัฒนาโครงการตัดสินใจยกระดับสเปกวัสดุมาใช้สีซิลิเกตแท้เพื่อพิชิตคะแนน LEED และ TREES นั้น ผลลัพธ์ที่ได้กลับคืนมาไม่ได้หยุดอยู่แค่อยู่บนกระดาษใบเซอร์ติฟิเคตเท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมหาศาล:

5.1 ดึงดูดกลุ่มผู้เช่าองค์กรระดับสากล (Green Premium Tenants)

ปัจจุบัน บริษัทข้ามชาติชั้นนำ (Multinational Corporations) และองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วโลกต่างมีพันธกิจเรื่อง ESG (Environmental, Social, and Governance) ที่เข้มงวด การเลือกเช่าพื้นที่สำนักงานในอาคารที่ได้มาตรฐาน LEED ระดับ Gold หรือ Platinum จึงเป็นไฟท์บังคับขององค์กรเหล่านี้ อาคารเขียวที่ใส่ใจรายละเอียดการเลือกวัสดุความปลอดภัยสูงอย่างสีซิลิเกต จึงสามารถดึงดูดผู้เช่าเกรดพรีเมียมเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น และสามารถสร้างมูลค่าค่าเช่าต่อตารางเมตรได้สูงกว่าอาคารทั่วไป (Green Premium Rate)

5.2 ยกระดับสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร (Productivity & Well-being)

มีงานวิจัยระบุชัดเจนว่า สภาพแวดล้อมภายในอาคารที่มีสารเคมีเจือปนต่ำ จะช่วยลดอัตราการลาป่วยของพนักงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) ได้อย่างมีนัยสำคัญ การทาสีผนังภายในด้วยสีซิลิเกตแท้จะช่วยลบล้างปัญหากลิ่นสีตกค้างสะสม และตัดโอกาสการเกิดคราบเชื้อราดำจากความชื้น ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ตัวฉกาจ ทำให้อากาศภายในอาคารบริสุทธิ์อย่างแท้จริง สอดคล้องกับแนวคิดของมาตรฐาน WELL Building Standard อีกด้วย

5.3 ลดต้นทุนการบริหารจัดการอาคารในระยะยาว (Operation & Maintenance Optimization)

หนึ่งในปัญหาที่ฝ่ายดูแลอาคาร (Facility Management) เจอกันบ่อยที่สุดคือ สีภายนอกตึกเกิดคราบน้ำฝน คราบดำ หรือลอกล่อน ทำให้ต้องปิดพื้นที่บางส่วนเพื่อตั้งนั่งร้านหรือส่งช่างโรยตัวขึ้นไปซ่อมสีใหม่ ซึ่งนอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายสูงแล้ว ยังรบกวนผู้ใช้อาคารและทำให้ภาพลักษณ์ตึกดูโทรม การลงทุนสเปกสีซิลิเกตแท้ตั้งแต่แรกจะช่วยตัดวงจรค่าใช้จ่ายตรงนี้ออกไปได้ยาวนานหลายสิบปี ทำให้ต้นทุนการดำเนินงาน (Operating Cost) ของอาคารเขียวลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด

  1. ข้อพิจารณาในการเขียนสเปก (Specification Guide) สำหรับสถาปนิก

เพื่อให้การยื่นขอคะแนน LEED และ TREES ประสบความสำเร็จโดยไม่มีการตีกลับของเอกสาร สถาปนิกควรระบุข้อความในแบบก่อสร้าง (Specification) ให้ชัดเจนดังนี้:

  1. ระบุประเภทระบบสีให้ชัดเจน: ต้องใช้คำว่า “สีซิลิเกตแท้ประเภทอนินทรีย์ 100% (Pure Silicate / Mineral Paint)” และควรหลีกเลี่ยงสีกลุ่มอะคริลิกผสมซิลิเกต (Organo-silicate) ที่มีสัดส่วนของพลาสติกปะปนอยู่สูง เพราะอาจไม่ผ่านเกณฑ์ความโปร่งใสของวัสดุในบางหมวด
  2. ระบุเอกสารสิทธิ์ที่ต้องยื่นสถาบัน: ในข้อกำหนดการส่งมอบวัสดุ (Material Submittal) ให้ระบุให้ผู้รับเหมาจัดเตรียมเอกสารรับรองปริมาณสาร VOCs จากห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน, ใบรับรอง HPD (Health Product Declaration) และใบรับรองผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสากลควบคู่มาด้วยเสมอ
  3. การเตรียมพื้นผิวที่เป็นสารอนินทรีย์: ระบุให้ชัดเจนว่าระบบสีนี้จะทำงานได้สมบูรณ์บนพื้นผิวปูนฉาบ คอนกรีต เปลือย หรืออิฐ เท่านั้น หากผิวหน้ามีวัสดุอุดรอยต่อประเภทซิลิโคนเคมีหรือสีเก่าค้างอยู่ ต้องระบุขั้นตอนการลอกและเตรียมพื้นผิวให้ถูกต้องตามมาตรฐานของผู้ผลิต เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในขั้นตอนตรวจรับงาน

บทสรุป

การพิชิตเกณฑ์คะแนนที่เข้มงวดของ LEED และ TREES ไม่ใช่เรื่องของการเพิ่มงบประมาณอย่างไร้เหตุผล แต่คือการเลือกใช้วัสดุที่ชาญฉลาดและสอดคล้องกับธรรมชาติ นวัตกรรม สีซิลิเกตแท้ คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดสำหรับระบบสีทาอาคารสีเขียวในยุคนี้

สำหรับสถาปนิก นี่คือเครื่องมือทางวิศวกรรมพื้นผิวที่จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า ผลงานการดีไซน์จะผ่านเกณฑ์อาคารเขียวได้อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับความสวยงามคลาสสิกด้านเนื้อสัมผัสแร่ธาตุธรรมชาติ และสำหรับคนที่กำลังจะสร้างบ้าน หรือเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและผลิตจากแร่หินธรรมชาติประเภทนี้ คือการลงทุนที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ เพื่อสร้างสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้คน และทรงคุณค่าอย่างแท้จริงเหนือกาลเวลา

 

Scroll to Top

KEIM คว้ารางวัล
German Sustainability Award 2026

KEIM Mineral Silicate Paint สีทาบ้านสกัดจากแร่หินธรรมชาติแท้ ผู้นำด้านการปกป้องผิวอาคารด้วยแร่ธาตุธรรมชาติ (Mineral Building Protection) ได้รับรางวัลชนะเลิศสูงสุดในหมวด Paints and Coatings ซึ่งถือเป็นรางวัลที่ใหญ่และทรงคุณค่าที่สุดของยุโรปในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม รางวัลนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ KEIM ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ทั้งงดงาม ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตของสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

แบบฟอร์มการติดต่อ

กรุณากรอกข้อมูลลงใน * ให้ครบถ้วน